5 เหตุผลเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ : เหมาะนั่งกุนซือใหม่สิงห์บลูส์
5 เหตุผลเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ : เหมาะนั่งกุนซือใหม่สิงห์บลูส์
หากไม่มีอะไรพลิกโผภายในสัปดาห์หน้าชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ น่าจะถูกประกาศเป็นนายใหญ่คนใหม่ของ เชลซี อย่างเป็นทางการ หลังสื่อหลายสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่าการพูดคุยทุกอย่างผ่านฉลุยการตัดสินใจของ ท็อดด์ โบห์ลี่ย์ ยังคงอยู่ในเครื่องหมายคำถามเสมอ แน่นอนว่าการเลือก “พอช” เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ทำให้แฟนบอล “สิงห์บลูส์” เสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งเห็นด้วย และเห็นต่างในเวลาเดียวกัน ฝ่ายที่ไม่ชอบมองว่า หลุยส เอ็นริเก้ และ ยูเลี่ยน นาเกิ้ลมันน์ 2 เป้าหมายหลักก่อนหน้านี้ดูดีกว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสโมสรถึงเมิน 2 คนนี้
อย่างไรก็ตามในมุมทีมงาน สิงห์สนาม ถือหาง โปเช็ตติโน่ มองว่ามีความเหมาะสมที่จะคุม เชลซี ในตอนนี้ โดยมีเหตุผล 5 ข้อประกอบดังนี้
1.รู้จักงานในพรีเมียร์ลีก เป็นอย่างดี
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนของ โปเช็ตติโน่ ที่เหนือกว่า เอ็นริเก้ และ นาเกิ้ลมันน์ ก็คือมีประสบการณ์ทำงานในพรีเมียร์ลีก มาก่อน เคยคุมทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งมีผลงานที่น่าประทับใจด้วย สมัยคุม “นักบุญ” ชอบเป็นตัวแสบของทีมใหญ่ เคยชนะทั้ง แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี รวมถึงเสมอ อาร์เซนอล และ แมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมจบอันดับ 8 เก็บได้ถึง 56 คะแนน
พอย้ายมาอยู่กับ สเปอร์ส ก็พาทีมทำอันดับสูงกว่า อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้เป็นครั้งแรก พาทีมจบรองแชมป์และอันดับ 3 อย่างละซีซั่น รวมถึงพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ด้วยแม้จะไม่มีโทรฟี่แชมป์ใดๆ ติดมือ แต่ก็ต้องให้ความเห็นใจด้วยว่าการคุม “ไก่เดือยทอง” เป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายเลย ขนาดยอดโค้ชอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ มาคุมก็ยังมือเปล่าเหมือนกัน
2.ทูเคิ่ล-พอซ เงื่อนไขคล้ายกัน
อีกหนึ่งข้อกังวลของแฟนบอล เชลซี ที่เอามาเนิร์ฟใส่ โปเช็ตติโน่ คือการคุม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แล้วไม่เปรี้ยงอย่างใครหลายคนคาดหวัง การพาทีมคว้าแชมป์ลีก เอิง และบอลถ้วยในประเทศ ถูกมองว่าต่ำกว่าเป้า และใครคุมก็ได้แชมป์เหมือนกันโปเช็ตติโน่ มีข่าวเสียหายว่าไม่สามารถคุมเหล่าสตาร์ของทีมได้ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุเขาต้องแยกทางกับ เปแอสเช
แต่ถ้ามองย้อนดูเหล่ากุนซือของ ปารีสฯ ในยุคตกถังข้าวสารก็เจอสถานการณ์ใกล้เคียงกันไม่ว่าเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ, โลร็องต์ บล็องก์, อูไน เอเมรี่, โธมัส ทูเคิ่ล และคนปัจจุบันอย่าง คริสตอฟ กัลติเยร์ ก็เจอเรื่องแบบนี้ทั้งสิ้น อย่าง ทูเคิ่ล เองก่อนจะมาคุม เชลซี มีแค่แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล กับ ดอร์ทมุนด์ เท่านั้น ไม่ได้หรูหรากว่า โปเช็ตติโน่ อะไรมากมาย ดังนั้นถ้าแฟนบอล “สิงห์บลูส์” ให้โอกาส ทูเคิ่ล ได้ ก็ควรเปิดใจให้ “พอช” ได้พิสูจน์ฝีมือเช่นกัน
3.สร้างปั้น-ดึงศักยภาพนักเตะเก่ง
ด้วยการที่อยู่กับทีมที่ปัจจัยนอกสนามค่อนข้างจำกัด ทำให้ โปเช็ตติโน่ มีข้อเด่นในเรื่องของการให้โอกาสกับดาวรุ่งในทีม รวมถึงการดึงศักยภาพของนักเตะบางรายปั้นจากเกรดบี จนกลายเป็นดาวเด่นของทีม ตัวอย่าางที่ชัดเจนเลยก็คือ แฮร์รี่ เคน เด็กปั้นของ “ไก่เดือยทอง” ที่มาเริ่มเปรี้ยงปร้างในฤดูกาล 2014-15 ก็เป็นฤดูกาลแรกที่ โปเช็ตติโน่ เข้ามาคุมทีมพอดี ก่อนที่จะดันดาราอย่างเต็มที่จนกลายเป็นดาวยิงเบอร์ต้นๆ ของโลกในปัจจุบัน
ซน ฮึง มิน ก็เช่นเดียวกันมีฤดูกาลแรกที่น่าผิดหวัง แต่ “พอซ” ก็เลือกกล่อมให้อยู่ต่อ และช่วยพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นนักเตะเอเชียที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก เดเล่ อัลลี่ จากดาวรุ่งที่ซื้อมาด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ ก็เติบโตจนก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษ โฆเซ่ กาเญฆ่อน, พาโบล ออสวัลโด้, เฟลิเป้ คูตินโญ่, ลุค ชอว์, อดัม ลัลลาน่า, ไคล์ วอล์เกอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์ และ คริสเตียน เอริคเซ่น ก็ถูก โปเช็ตติโน่ ดึงศักยภาพจนกลายเป็นนักเตะกำลังของทีมได้แทบทั้งสิ้น
4.ฟุตบอลเกมรุกที่เร้าใจ
ฟุตบอลในแบบของ โปเช็ตติโน่ มีลายเซ็นต์ที่ชัดมาก คือฟุตบอลเล่นแล้วดูสนุก เน้นเกมรุกรวดเร็วดุดัน ให้นักเตะทุกคนวิ่งสู้ฟัด ไล่เพรสซิ่งกดดันใส่คู่แข่งตลอดเวลา ซึ่งนี่คือสิ่งที่แฟนบอล เชลซี ต้องถวิลหา หลังเจอบอลไม่เป็นทรงในยุคของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด จนชินชา
ทุกทีมที่ “พอช” คุมทีมมักจะมีสถิติการพังประตูแบบถล่มทลาย เซาธ์แฮมป์ตัน เฉลี่ย 1.45 ประตูต่อนัด สเปอร์ส 1.90 ประตูต่อนัด และ ปารีสฯ 2.34 ประตูต่อนัด ยิ่งคุณภาพดีขึ้น อัตราเฉลี่ยประตูต่อเกมก็สูงมากขึ้นเท่านั้น
5.ไม่มีปากเสียง ทำงานกับบอร์ดราบรื่น
หนึ่งในเหตุผลที่มีการวิเคราะห์ว่าทำไม ท็อดด์ โบห์ลี่ย์ เลือก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นกุนซือคนใหม่ของ เชลซี คือการที่เจ้าตัวเป็นกุนซือที่ไม่นิยมมีปัญหากับบอร์ดบริหาร พร้อมคุมทีมในทุกปัจจัยตามที่ทีมให้มาอย่างไม่มีปากเสียง การทำงานกับ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของ สเปอร์ส โดยไม่มีปัญหาเลยตลอดระยะเวลา 5 ปีคือเรื่องที่พิสูจน์มาแล้ว โดยเฉพาะฤดูกาล 2018-19 ที่ “ไก่เดือยทอง” ไม่ให้งบประมาณซื้อแข้งใหม่แม้แต่รายเดียว แต่ “พอซ” ก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน แถมทำได้ดีถึงขั้นเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วย
โบห์ลี่ย์ เป็นคนระบุเองเลยว่าสาเหตุที่ปลด โธมัส ทูเคิ่ล ไม่เกี่ยวกับผลงานในสนาม แต่เป็นเรื่องวิสัยทัศน์ที่ไม่เข้ากัน รวมถึงมีกระแสข่าวว่า ทูเคิ่ล ห้ามไม่ให้เจ้าของทีมเข้ามายังห้องแต่งตัวในช่วงพักครึ่งด้วย ตั้งแต่ พ็อตเตอร์ ไล่มาถึง โปเช็ตติโน่ เป็นกุนซือที่สไตล์ใกล้กัน คือไม่ค่อยทะเลาะกับบอร์ดบริหาร ไม่แซะทีมตัวเองออกสื่อ พูดง่ายๆ ว่าเป็นกุนซือที่บอร์ดบริหารคอนโทรลได้นั้นเอง
คอนเทนต์เพิ่มเติม :: ฟุตบอลคอนเทนต์
รับชมฟุตบอลออนไลน์ :: ดูบอลสด
ติดตามบทวิเคราะห์บอลเพิ่มเติม :: วิเคราะห์บอลวันนี้