วิเคราะห์บอลยูโร 2020 รอบรองชนะลิศ
อังกฤษ – เดนมาร์ก
วันพุธที่ 7 กรกฏาคม 2564
เวลา : 02.00 น.
สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด : NBT 2 HD / Truesport HD 3
อัตราต่อรอง : อังกฤษ ต่อ 0.5/1 ลูก
วิเคราะห์บอลอังกฤษ – เดนมาร์ก
ความพร้อมอังกฤษ
ทัพสิงโตคำราม ภายใต้การนำทัพของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผ่านเข้ารอบตัดเชือกด้วยการระเบิดฟอร์มถล่ม ยูเครน ขาดลอย 4-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ความพร้อมล่าสุดทัพสิงโตได้รับข่าวดีเมื่อ บูคาโย่ ซาก้า แนวรุกดาวรุ่งจากปืนใหญ่ ฟิตพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกได้แล้ว ซึ่งก็มีลุ้นเบียด ซานโช ลงทันที
นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มและคาดว่า เซาธ์เกต จะยังคงยึดนักเตะชุดเดิมลงสนามทั้งหมดเพราะกำลังทำผลงานได้ดีอยู่แล้ว
โดยจะมาในระบบ 4-2-3-1 นายทวารได้แก่ จอร์แดน พิคฟอร์ด แนวรับประกอบไปด้วยไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลุค ชอว์
แดนกลาง คัลวิน ฟิลลิปส์ จะคุมเกมร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่น่าจะได้รับโอกาสลงตัวจริงหลังเพิ่งประเดิมประตูแรกในนามทีมได้แล้ว
ส่วน เจดอน ซานโช, เมสัน เม้าน์ท และ ราฮีม สเตอร์ลิงจะช่วยกันปั้นเกมสนับสนุน แฮร์รี่ เคน หัวหอกตัวเป้า โดยมีบูคาโย่ ซาก้า เป็นตัวสอดแทรกในตำแหน่งของ ซานโช
ความพร้อมเดนมาร์ก
คาสเปอร์ ฮูลมันด์ เทรนเนอร์ทีมชาติเดนมาร์ก พาทีมมาถึงรอบนี้หลังเบียดเอาชนะเช็ก 2-1 ในรอบ 8 ทีมและเป็นการคว้าชัย 3 นัดติด
สภาพทีมเกมนี้ ฮูลมันด์ ไร้ปัญหาอะไรรบกวนและคาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไปโดยจะมาในระบบ 3-4-3
ผู้รักษาประตูเป็น คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล แนวรับประกอบไปด้วย อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ซิมง เคียร์ และ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด
แดนกลาง ดาเนี่ยล วาสส์ จะเดินเกมร่วมกับ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โธมัส เดอลานี่ย์ และ โยอาคิม เมห์เล่
แนวรุกริมเส้นซ้าย-ขวาใช้ มาร์ติน เบรธเวท กับ มิคเคล ดัมส์การ์ด เหมือนเดิม ส่วนหน้าเป้าวาง คาสเปอร์ โดลเบิร์ก ล่าตาข่าย
สถิติ 5 นัดหลังสุด
ทีมชาติอังกฤษ
04/07/21 ยูเครน 0-4 อังกฤษ
29/06/21 อังกฤษ 2-0 เยอรมัน
23/06/21 เช็ก 0-1 อังกฤษ
19/06/21 อังกฤษ 0-0 สกอตแลนด์
13/06/21 อังกฤษ 1-0 โครเอเชีย
ทีมชาติเดนมาร์ก
03/07/21 เช็ก 1-2 เดนมาร์ก
26/06/21 เวลส์ 0-4 เดนมาร์ก
22/06/21 รัสเซีย 1-4 เดนมาร์ก
17/06/21 เดนมาร์ก 1-2 เบลเยียม
12/06/21 เดนมาร์ก 0-1 ฟินแลนด์
ผลงานที่พบกันนัดล่าสุด
อังกฤษ 0-1 เดนมาร์ก
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – คัลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์ – เจดอน ซานโช (บูคาโย่ ซาก้า), เมสัน เม้าน์ท, ราฮีม สเตอร์ลิง – แฮร์รี่ เคน
เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต
เดนมาร์ค (3-4-3) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ซิมง เคียร์, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด – เยนส์ สตรีเกอร์ ลาร์เซ่น, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โธมัส เดอลานี่ย์, โยอาคิม เมห์เล่ – มาร์ติน เบรธเวท, คาสเปอร์ โดลเบิร์ก, มิคเคล ดัมส์การ์ด
เทรนเนอร์ : คาสเปอร์ ฮูลมันด์
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)
วิเคราะห์บอลอังกฤษ – เดนมาร์ก
เกมนัดสำคัญของรอบรองชนะเลิศ โดยทีมชาติอังกฤษ ของเทรนเนอร์ แกเร็ธ เซาธ์เกต ฟอร์มยอดเยี่ยมมากๆ เกมล่าสุดอัด ยูเครน มาได้สบายๆ 4-0 เกมนี้ถือว่าเจองานไม่ง่ายอย่าง ทีมชาติเดนมาร์ก ของกุนซือ คาสเปอร์ ฮูลมันด์ ที่พาทีมฟอร์มแรงเก็บชัยมา 3 เกมรวด ใน 90 นาที แต่นัดนี้มองว่าพวกเขาเจอของจริงสะแล้ว เพราะ สิงโตคำราม ฟอร์มการเล่น คุณภาพนักเตะ เหนือกว่าพวกเขามากพอสมควร รูปเกมน่าจะเป็น อังกฤษ บุกเข้าใส่ตามเชิงแน่ ก่อนค่อยๆบดบี้ หาจังหวะเข้าทำสวยๆ และเอาชนะ เดนมาร์ก ไปได้ในท้ายที่สุด
ฟันธง : อังกฤษ ชนะ 2-0
ความมั่นใจ 8.5/10
เกร็ดข้อมูล
อังกฤษ – เดนมาร์ก
– อังกฤษ ชนะ เดนมาร์ก ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นจากพบกันทั้งหมดใน 6 เกมหลังสุด (เสมอ 3 แพ้ 2) ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เอาชนะได้คือเมื่อฟุตบอลโลก 2002
– นี่เป็นการพบกันเป็นครั้งที่ 3 ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของทั้งคู่ โดยสองครั้งก่อนหน้านี้อังกฤษ ชนะ 1 และเสมออีก 1 ครั้ง
– ทั้งสองทีมเคยพบกันที่สนามเวมบลีย์ทั้งหมด 7 ครั้ง อังกฤษ ชนะได้ถึง 5 และ เดนมาร์ก 2 ครั้ง
– แต่ทั้งสองครั้งที่ทัพโคนมบุกมาชนะได้นั้นเป็นการชนะในรอบคัดเลือกยูโรและศึกเนชั่นส์ลีก ซึ่ง อังกฤษ ยังไม่เคยแพ้ใครเกิน 3 ครั้งในการแข่งขันอย่างเป็นทางการเลยที่สนามแห่งนี้
– ทัพสิงโตคำราม ผ่านเข้ามาเล่นในรอบรองชนะเลิศได้เป็นหนที่ 3 ซึ่งสองครั้งก่อนหน้านั้นพวกเขาแพ้ให้กับ ยูโกสลาเวีย ในปี 1986 และ เยอรมัน 1996
– แต่นี่เป็นครั้งที่ 4 ของทีมโคนม โดย 3 ครั้งที่ผ่านมาชนะเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้เพียงครั้งเดียวคือครั้งที่คว้าแชมป์ได้ในปี 1992
– เดนมาร์ก มีนักเตะที่ทำสกอร์ได้ไม่ซ้ำหน้าถึง 7 คนในทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นรองแค่เพียง เยอรมัน (8 คน) ที่ทำไว้ในศึกยูโรปี 2020
– อังกฤษ เก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด 5 เกมในยูโร 2020 ซึ่งถ้าพวกเขาทำได้อีกในวันนี้จะเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่้ไม่เสียประตู 6 นัดติดต่อกันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่รวมไปถึง ฟุตบอลโลก ด้วย
– ราฮีม สเตอร์ลิง มีส่วนร่วมกับ 22 ประตูใน 21 เกมหลังสุดที่ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษ (15 ประตู 7 แอสซิสต์) และตอนนี้เขาก็ยังเป็นดาวซัลโวของทัพผู้ดีในยูโรหนนี้ด้วยการยิงไป 3 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์
– รวมไปถึง แฮร์รี่ เคน ที่มีส่วนร่วมถึง 27 ประตูกับ 26 เกมล่าสุดที่ลงเล่น (18 ประตู 9 แอสซิสต์)
– และ เคน ยังทำไปแล้วทั้งหมด 9 ประตูในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ (บอลโลก 6, ยูโร 3) โดยมีเพียงแค่ แกรี่ ลินิเกอร์ (10 ประตู) ที่ทำได้มากกว่าเขา
– คาสเปอร์ โดลเบิร์ก ยิงไปแล้ว 3 ประตูในศึกยูโรคราวนี้ ซึ่งถ้าเขาทำได้อีก 1 ประตูก็จะทำสถิติขึ้นไปเทียบเท่ากับ พรีเบน เอลเกียร์ (ฟุตบอลโลก 1986) และ ยอน โทมัสสัน (ฟุตบอลโลก 2002) ที่ทำไปคนละ 4 ประตู