
การแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดนี้ทำท่าว่าจะเป็นชัยชนะของเจ้าบ้าน เมื่อโรม่าสามารถทำประตูออกนำไปถึง 3-1 ในช่วง 7 นาทีสุดท้าย ก่อนที่สองตัวสำรองที่ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ส่งลงสนามอย่าง การ์ลอส เอสปิ และเอ็นดริค จะช่วยกันทำคนละประตูในนาทีที่ 83 และ 85 ตามตีเสมอเป็น 3-3 และในนาทีที่ 90 พวกเขาก็มาได้ประตูชัย 4-3 จากแนวรับอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ อดีตผู้เล่นของโรม่า สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลเจ้าถิ่นไปอย่างถ้วนหน้า
“คุณอาจพูดได้ว่ามันเหมือนมีสองเกมในนัดเดียว โรม่าเหนือกว่าเราทุกกระบวนท่าในช่วงแรก แต่หลังจากนั้น เรอัล มาดริด ก็กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครหยุดได้ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย” มูรินโญ่กล่าว พร้อมเสริมว่า “เราเสียประตูที่น่าตลกในแบบที่คุณไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในเกมระดับนี้ หลังจากตามหลัง 3-1 บางทีทุกคนอาจคิดว่าเกมมันจบลงไปแล้ว แต่ผมมองออกว่าเดี๋ยวพวกเขาก็ยุบในช่วงท้ายเกม เพราะมันยากมากที่จะรักษาความเข้มข้นและสไตล์ฟุตบอลที่พวกเขาเล่นเอาไว้ได้ตลอด”
เขายังเผยถึงการปรับแผนว่า “เราปรับเปลี่ยนแท็กติกบางอย่าง เพราะการเสียสาม, สี่ หรือห้าประตูมันไม่ได้ต่างกันมากนัก โรม่าไม่สามารถรับมือกับพายุเกมรุกที่เราโหมกระหน่ำใส่ได้เลย” ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่เรอัล มาดริด สามารถเอาชนะทีมจากอิตาลีในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ แม้รูปเกมจะไม่ได้เหนือกว่ามากนัก คล้ายคลึงกับชัยชนะ 2-1 เหนืออินเตอร์ มิลาน ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ซึ่งเป็นเกมที่วุ่นวายและเปิดหน้าแลกกันสนุกไม่แพ้กัน