พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผย โปรแกรมอุ่นเครื่องของทีมชาติไทย ทั้งชุดใหญ่ – ยู 23 และ ซีเกมส์ คงทำได้เพียงอุ่นเครื่องในประเทศ เพราะหาทีมอุ่นเครื่องได้ยาก และติดปัญหาเรื่องการเดินทาง
ตามที่ บริษัท ไทยลีก จำกัด แจ้งกำหนดการเปิดฤดูกาลใหม่ 2021-22 โดย ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก จะเริ่มนัดแรกวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. ขณะเดียวกัน ได้มีการเว้นโปรแกรมแข่งขันในช่วงเดือน ธ.ค.64 ทั้งเดือน เพื่อให้ทีมชาติไทย เตรียมตัวแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ” ซึ่งปฏิทินแข่งขันฟุตบอลไทย ที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ส่งให้สโมสรสมาชิกนั้น ก่อนถึง ซูซูกิคัพ จะมีการเว้นช่วงฟีฟ่าเดย์ ให้กับทีมชาติไทย 3 ช่วงด้วยกัน
ด้าน พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่านสื่อว่า ทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็จะมีแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ในเดือน ต.ค. ขณะที่ ซีเกมส์ (21 พ.ย.-2 ธ.ค.) รอความชัดเจน ส่วนทีมชาติไทยชุดใหญ่นั้น ฟีฟ่าเดย์ 3 ครั้ง ในเดือน ก.ย., ต.ค. และ พ.ย. จากนั้นเป็นซูซูกิคัพ เดือน ธ.ค. แล้วข้ามไปเอเชียนคัพ รอบคัดเลือก ในเดือน ก.พ. เลย
ส่วนเกมอุ่นเครื่องนั้น เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวว่า จะใช้ฟีฟ่าเดย์อย่างเต็มที่ให้มีเกมลับแข้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดในเรื่องมาตรการเดินทาง เมื่อเข้าประเทศไทย ต้องกักตัว 14 วัน ดังนั้น ก็จะเน้นดึงทีมชาติเข้ามาอุ่นเครื่องในไทย เพราะคงยากที่ “ช้างศึก” จะเดินทางออกไป ตรงนี้จริงๆแล้วก็อยากจะให้นักเตะไทย ไปแข่งนอกบ้านเพื่อหาประสบการณ์ แต่ก็ทำได้ยาก
สำหรับปฏิทินโปรแกรมการแข่งขัทีมฟุตบอลชายทีมไทยมีดังนี้
ช่วงแรก จะหยุดหลังจากเตะนัดที่ 4 วันที่ 28-29 ส.ค.มีฟีฟ่าเดย์ ช่วงวันที่ 30 ส.ค.-7 ก.ย. แล้วมาเตะต่อนัดที่ 5 วันที่ 11-12 ก.ย.
ช่วงที่ 2 หลังจบนัดที่ 9 วันที่ 2-3 ต.ค. มีฟีฟ่าเดย์ วันที่ 4 -12 ต.ค. แล้วกลับมาเตะนัดที่ 10 วันที่ 16-17 ต.ค.
ส่วน ช่วงที่ 3 หลังจบนัดที่ 13 วันที่ 6-7 พ.ย. มีฟีฟ่าเดย์ วันที่ 8-16 พ.ย. ก่อนกลับมาเตะ 2 นัด นัดที่ 14 วันที่ 20-21 พ.ย. และนัดที่ 15 ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย ครึ่งฤดูกาลแรก วันที่ 27-28 พ.ย. ก่อนจะพักยาวกว่า 1 เดือน ให้ศึกซูซูกิคัพ