UFABETWINS วาเลอิสมาเอล: บาร์นสลีย์หัวหน้ากองหลังพาเลซหัวหน้า - บอลออนไลน์ฟรี UFABET

พูดถึงฟุตบอลอังกฤษ ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าผลผลิตจากเยอรมัน เข้ามามีบทบาทไม่น้อยกับสายงานผู้จัดการทีม พูดง่ายๆ ตลาดกุนซือมันเปิดกว้างขึ้นนับตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตกปากรับคำเข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015

แม้กุนซือ “หน้าแว่น” จะใช้เวลาหลายปีกว่าจะพา “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยแนวทางที่จับต้องได้ “เกเก้น เพรสซิ่ง” ที่เน้นกดดันจนคู่แข่งไม่สามารถทำเกมได้ มันคือแท็คติกยุคใหม่ที่ถูกจริตกับฟุตบอลผู้ดีที่เน้นเกมเร็ว เกมปะทะเป็นทุนเดิม

การจะหาคนเก่งแบบ คล็อปป์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดที่รู้จักสไตล์การทำทีมแบบนี้ก็พอไหว เดวิด วากเนอร์ และ ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ ถูกทาง ฮัดเดอร์สฟิลด์ และ นอริช ดึงตัวมาคุมทีมด้วยเหตุผลง่ายๆ คือทั้งคู่ทำงานกับทีมสำรองของ ดอร์ทมุนด์

แม้จะเป็นกุนซือโนเนม ไม่เคยมีโปรไฟล์ทำทีมอาชีพมาก่อน ทว่าด้วยค่าเหนื่อยที่ไม่แพง แถมมีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฟุตบอลที่กำลังมาแรง มันคุ้มที่จะลองเสี่ยงดู ซึ่งผลลัพธ์กลับเข้าเป้าเสียด้วย เมื่อพวกเขาสามารถพาทีมขึ้นชั้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ทั้งคู่

ส่วนอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ โธมัส ทูเคิ่ล ที่เพิ่งเข้ามาคุม เชลซี ได้ประมาณ 90 กว่าวัน แต่ตอนนี้สามารถพาทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ, เข้ารอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ลีก แถมอันดับในลีกปัจจุบันก็ยังกลับไปเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตามผลผลิตจากบุนเดสลีกา ไม่ได้มีแค่นั้น เพราะผลงานของ วาเลเรียง อิสมาแอล กับ บาร์นสลี่ย์ ก็ดูน่าสนใจมากๆ แม้เจ้าตัวจะเป็นฝรั่งเศส แต่ก็คลุกคลีกับวงการฟุตบอลเยอรมันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยค้าแข้งรวมถึงเริ่มต้นงานกุนซือ

ปราการหลังจากแดนน้ำหอมน่าจะคุ้นหูคุ้นตาแฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างดี เพราะนี่คือหนึ่งในขุนพลสำคัญของ แวร์เดอร์ เบรเมน ชุดคว้าแชมป์บุนเดสลีกา เมื่อปี 2004 ยุคที่มี โทมัส ชาฟ คุมทีม และสตาร์ดังเป็น ไอลตัน และ โยอัน มิกูด์

หลังจากแขวนสตั๊ดในปี 2009 แนวรับจากแดนน้ำหอม ก็เริ่มต้นความท้าทายใหม่ทันที โดยเปิดฉากทำงานข้างสนามในทีมสำรองของ ฮันโนเวอร์ ก่อนไปสร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยการพาทีมสำรองของ โวล์ฟสบวร์ก คว้าแชมป์ได้ถึง 2 สมัย

โวล์ฟสบวร์กปลดโค้ชคนที่สองของซีซั่น - 7mth.com

แม้โปรไฟล์ระดับสมัครเล่นจะไม่ธรรมดา แต่เมื่อต้องมาลงสนามจริงเส้นทางการคุมทีมกลับไม่โรยด้วยกลีบกุหลายอย่างที่คิด คุม เนิร์นแบร์ก ในลีกา 2 ได้แค่ 13 นัดโดนไล่ออก มาคุม โวล์ฟสบวร์ก ชุดใหญ่ต่อจาก ดีเตอร์ เฮคกิ้ง ก็ไปไม่รอด

ชื่อของ อิสมาแอล มาเข้าหูแฟนบอลอีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หลังมีคิวต้องคุม LASK ลินซ์ ปะทะกับทีมขวัญใจมหาชนอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเอาสื่อต่างๆ พาเหรดหาข้อมูลทำความรู้จักทีมโนเนมจากลีกออสเตรีย กันยกใหญ่

การตัดสินใจมารับงานในลีกรองกลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง อิสมาแอล เอาบทเรียนที่ล้มเหลวในเยอรมัน มาปรับปรุงแก้ไข บวกกับการได้สานงานต่อจาก โอลิเวอร์ก กลาสเนอร์ ที่โยกไปบินสูงกับ โวล์ฟสบวร์ก ในปัจจุบัน ทำให้งานของเขาง่ายขึ้นเยอะ

“เมื่อคุณล้มเหลว มันไม่ใช่เรื่องผิด มันคือเรื่องปกติ คุณต้องหาทางแก้ไข เส้นทางใหม่ๆ ที่จะเล่น และหาปรัชญาของคุณเอง” อิสมาแอล ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ ซัน

“LASK เป็นความก้าวหน้าสำหรับผม เพราะที่นั้นทำให้ผมมีความมั่นใจ”

จริงๆ ซีซั่นที่แล้ว อิสมาแอล ควรพาทีมคว้าแชมป์ลีกออสเตรีย ด้วยซ้ำ เพราะในฤดูกาลปกติพวกเขาคือทีมจ่าฝูง แต่การโดนตัดแต้มหลังปฎิเสธที่จะแข่งต่อในช่วงโควิด-19 ระบาด และการจบเพียงอันดับ 4 จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องแยกทางกัน

สไตล์การทำทีมตอนแรก อิสมาแอล เป็นพวกมือใหม่ไฟแรง ที่เจ้าตัวไปไม่รอดในบุนเดสลีกา ก็เพราะไปทำทีมเน้นเกมรุกแต่สุดท้ายไม่เวิร์ก ทว่าช่วงที่ทำผลงานได้ดีทั้งกับ ลินซ์ และ บาร์นสลี่ย์ เป็นเพราะเปลี่ยนปรัชญามาเน้นรับแล้วโต้ โดยเจอจุดลงตัวเมื่อเล่นในระบบหลัง 3 คน

“ในเยอรมัน ในเกมสุดท้ายของผมกับ โวล์ฟสบวร์ก เราเล่นในระบบ 3-4-3 เราแพ้ เบรเมน 1-2 แต่มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม จากตรงนั้น ผมรู้ถึงสิ่งที่ผมต้องการชัดเจนขึ้น”

ก่อนที่ อิสมาแอล จะมาคุมทีม บาร์นสลี่ย์ ต่อจาก เกอร์ฮาร์ด สตรูเบอร์ ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่ 7 เกมแรกในลีกชนะใครไม่เป็น อยู่อันดับ 20 ของตารางคะแนน แต่ในวันนี้ “เดอะ เรดส์” ที่เคยไม่แพ้ใครในลีกนานถึง 12 เกม กำลังบินสูงอยู่อันดับ 6 มีลุ้นเล่้นเพลย์ออฟ เพื่อขึ้นชั้น

ในประวัติศาสตร์สโมสร บาร์นสลี่ย์ เคยขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดเพียงครั้งเดียวในฤดูกาล 1997-98 ซึ่งพวกเขาก็ตกชั้นทันที งานนี้ อิสมาแอล จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาได้หรือไม่

บอกตามตรงน่าเชียร์เหมือนกัน!!!