fbpx

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

   ถ้าวัดจากผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ต้องยอมรับว่าพวกเขายกระดับตัวเองขึ้นจากเดิมเยอะมากทั้งๆ ทั้งในแง่ของคุณภาพ และวิธีการ จากยุคมืดเมื่อซีซั่นก่อนที่สภาพทีมเหมือนค่อยๆ แตกละเอียด เรื่องราวภายในทีมที่ออกมาในแง่ลบไม่เว้นแต่ละวัน รวมไปถึงผลงานในสนามที่น่าปวดหัวไม่สามารถคาดหวังผลได้ กระทั่งการเข้ามาของ เอริค เทน ฮาก ที่ใช้เวลาในการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนให้ห้องแต่งตัวมันกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ

แชมป์ คาราบาว คัพ

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

การคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ อาจเป็นถ้วยเล็กสุดในเหล่าบรรดาที่แข่งแย่งกัน แต่มันคือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเริ่มนับ 1 ในยุคของ เทน ฮาก ส่วนอีก 3 รายการที่เหลือทั้ง พรีเมียร์ลีก, ยูโรปา ลีก และ เอฟเอ คัพ ยังคงอยู่ในเส้นทาง และสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงทั้ง 3 รายการที่เหลืออยู่ขอ ทัพ ปีศาจแดง ว่ามีโอกาส และจะไปลงเอยที่จุดไหนกันบ้าง

1. พรีเมียร์ลีก

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

สถานการณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้พวกเขารั้งอันดับ 3 ของตาราง เก็บไปแล้ว 50 แต้ม จากการลงสนาม 26 นัด ซึ่งถ้าประเมินจากสถานการณ์ ณ ตอนนี้โอกาสเรื่องของการลุ้นแชมป์ถ้าตามทฤษฎียังคงสามารถเป็นไปได้ ทว่าในทางปฎิบัติต้องยอมรับว่ามันยากมากๆ กับการตามหลัง อาร์เซน่อล 19 คะแนน แม้จะลงสนามน้อยกว่าอยู่ 2 เกมก็ตาม  ฉะนั้นเรื่องลุ้นความสำเร็จในรายการนี้ปล่อยให้ อาร์เซน่อลเบียดลุ้นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปจะดีกว่า

ส่วนพวกเขาคงหันมาประคอง และเข้าวินจบแบบเกาะกลุ่มท็อปโฟร์เพื่อโอกาสไปลุย แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าจะดีกว่า และเมื่อมองดูคู่แข่งที่ลุ้นในพื้นที่เดียวกันไม่ว่าจะเป็น ท็ตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, นิวคาสเซิ่ล หรือ ลิเวอร์พูล ต้องบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในโมเมนต์ตั้มที่ได้เปรียบมากกว่าพอสมควร

2. เอฟเอ คัพ

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

ในเหล่าบรรดา 3 รายการที่เหลืออยู่ ถ้วยเอฟเอ คัพ คือโทรฟี่ที่มีโอกาสสอยแชมป์มาครองได้มากที่สุดในตอนนี้ ตามรูปแบบการแข่งขันชนะอีก 2 เกมก็จะเอื้อมมือไปคว้าความสำเร็จอีกรายการมาครองได้แล้ว ซึ่งจากผลการจับฉลากถือว่าสร้างความอันตรายได้มากพอสมควรเมื่อต้องโคจรมาด้วยกับ ไบร์ทตัน ทีมที่ผลงานยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเกมรุกที่ดุดัน และจี๊ดจ๊าดมากเหลือเกิน ซึ่งการเจอกันยกแรกเมื่อต้นซีซั่น เทน ฮาก ถูกพวกเขารับน้องตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล

แน่นอนฟุตบอลนัดเดียวอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ทว่าสิ่งที่น่ากังวลคือด้วยโปรแกรมที่อัดแน่นของ ยูไนเต็ด หลังโปรแกรมทีมชาติต้องลงเล่นสุดสัปดาห์ กลางสัปดาห์ตลอด อาจส่งผลที่ชัดเจนออกมา อาการเร่งไม่ขึ้น ตื้อตัน และความล้าคือหนึ่งในปัจจัยที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่ข่าวดีก็พอมีคือ กาเซมิโร่ จะกลับมาลงสนามได้ในเกมวันนั้นพอดี ฉะนั้นในเมื่อเหลือบันไดเพียงแค่ 2 ก้าว ยูไนเต็ด ย่อมไม่ปล่อยโทรฟี่ใบนี้หลุดมือไปแบบง่ายๆ แน่ ซึ่งมันจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ไหม ด่านแรกคือ ไบร์ทตัน ที่รอให้คำตอบว่าจะย้ำชัย หรือโดนแก้แค้น

3. ยูโรป้า ลีก

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

ปิดท้ายด้วยฟุตบอลยุโรปที่หลงเหลืออยู่ของพวกเขา ตอนนี้เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้วสำหรับรายการ ยูโรปา ลีก ซึ่งการจับสลากออกมาแล้วว่าจ้องมาดวลกับคู่ปรับข้ามแดนอย่าง เซบีย่า ซึ่งต้องยอมรับตรงๆ ว่าไม่ใช่งานที่ง่ายมากนัก แม้จะถูกยกเป็นเต็งหนึ่งของรายการ ณ ปัจจุบัน ที่บอกว่าการเจอ เซบีย่า ไม่ง่าย เพราะด้วยการบุกไปเยือนสเปน แม้ 2 รอบก่อนหน้านี้จะปราบ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล เบติส มาได้ แต่รอบนี้มันแตกต่างออกไป ด้วยเงื่อนไขของทีมคู่แข่งที่เก่งเหลือเกินในรายการนี้ รวมไปถึงปัจจัยความพร้อมของทีม ที่ไม่รู้ว่าร่างกายนักเตะจะกรอบ หรือเจ็บไปมากกว่านี้หรือไม่

ทิศทางที่ดีของ แมนยูไนเต็ด

ประเมินสถานการณ์ แมนยูฯ กับ 3 รายการที่เหลืออยู่

กับ 3 รายการที่เหลืออยู่ไม่มีจุดไหนเลยที่ง่ายต่อการประสบความสำเร็จ และแน่นอนแฟนบอลเองก็หวังว่าจะมีอีกอย่างน้อยๆ อีกสักหนึ่งโทรฟี่มาวางเพิ่มในตู้โชว์ แต่ถ้าเกิดออกมาในมุมที่แตกต่าง มันก็ไม่ถึงขั้นล้มเหลวแบบเต็มคราบ เพราะทิศทางลมของสโมสรในตอนนี้มันดูดี และมีแผนงานที่ค่อนข้างชัดเจนรออยู่ในอนาคตอันใกล้

คอนเทนต์เพิ่มเติม :: ฟุตบอลคอนเทนต์

ติดตามวิเคราะห์บอลเพิ่มเติม : lomtoeball